ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ORGANIZATION
dot
bulletผู้บริหาร
bulletโรงงาน
bulletสวัสดิการพนักงาน
bulletโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต
dot
PRODUCT
dot
bulletCHOKE
bulletTRANSFORMER
bulletSOCKET
bulletZINC
dot
ปรัชญาชีวิต
dot
bulletตามแนวทางพระบรมราโชวาท
bulletตามแนวทางพุทธศาสนา
bulletตามแนวทางนักปราชญ์
bulletตามแนวทางวิถีชาวบ้านอิสาน
dot
แนะนำ Web Site
dot
bulletพิธีฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปี
bulletสภาอุตสาหกรรม มหาสารคาม
bulletสภาอุตสาหกรรม สอท.
bulletศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจ ม.ม.ส.
bulletBusiness Thai
bulletค้นหาในสิ่งที่ต้องการ Google
dot
อ่านหนังสือพิมพ์ออนไลน์
dot
bulletผู้จัดการออนไลน์
bulletไทยรัฐ ออนไลน์
bulletเดลินิวส์ ออนไลน์
bulletคม ชัด ลึก ออนไลน์
dot
บทความ จากเรา
dot
bulletเดลต้า กับธุรกิจรับจ้างผลิต
dot
อุตสาหกรรมเกษตรดอนหว่าน
dot
bulletการจัดการผักปลอดสารพิษ
dot
รับข่าวสารจากเรา

dot
bulletสอบถามเพิ่มเติม
bulletชมVDO แนะนำโรงงาน



SMP2005
Uploaded by wisoot


ตามแนวทางวิถีชาวบ้านอิสาน

คนอีสานมีคำคม สุภาษิตสำหรับสั่งสอนลูกหลานให้ประพฤติตนอยู่ในฮีตคอง (จารีต- ประเพณี) ไม่ออกนอกลู่นอกทาง คำคมเหล่านี้รู้จักกันทั่วไป ในชื่อ "ผญา" หมายถึง ปัญญา, ปรัชญา, ความฉลาด, คำภาษิตที่มีความหมายลึกซึ้ง (wisdom, philosophy, maxim, aphorism.)

ผะหยา หรือ ผญา เป็นคำภาษาอีสาน สันนิษฐานกันว่าน่าจะมาจากคำว่า ปรัชญา เพราะภาษาอีสานออกเสียงควบ "ปร" ไปเป็น ผ เช่น คำว่า เปรต เป็น เผต โปรด เป็น โผด หมากปราง เป็น หมากผาง ดังนั้นคำว่า ปรัชญา อาจมาเป็น ผัชญา แล้วเป็น ผญา อีกต่อหนึ่ง

ปัญญา ปรัชญา หรือผญา เป็นกลุ่มภาษาเดียวกัน มีความหมายคล้ายคลึงกัน ใกล้ เคียงกันหรือบางครั้งใช้แทนกันได้ ซึ่งหมายถึง ปัญญา ความรู้ ไหวพริบ สติปัญญา ความเฉลียว ฉลาดปราชญ์เปรื่อง หรือบางท่านบอกว่า ผญา มาจากปัญญา โดยเอา ป เป็น ผ เหมือนกับ เปรต เป็น เผด โปรด เป็น โผด เป็นต้น ผญาเป็นลักษณะแห่งความคิดที่แสดงออกมาทางคำพูด ซึ่งอาจ จะมีสัมผัสหรือไม่ก็ได้

            ผญา คือ คำคม สุภาษิต หรือคำพูดที่เป็นปริศนา คือฟังแล้วต้องนำมาคิด มาวิเคราะห์ เพื่อค้นหาคำตอบที่เป็นจริงและชัดเจนว่า หมายถึงอะไร
            ผญา เป็นคำพูดที่คล้องจองกัน ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องมีสัมผัสเสมอไป แต่เวลาพูดจะ ไพเราะสละสลวย และในการพูดนั้นจะขึ้นอยู่กับจังหวะหนักเบาด้วย
            ผญา เป็นการพูดที่ต้องใช้ไหวพริบ สติปัญญา มีเชาวน์ มีอารมณ์คมคาย พูดสั้นแต่กิน ใจความมาก

ภาษิตโบราณอีสานแต่ละภาษิตมีความหมายลึกบ้าง ตื้นบ้าง หยาบก็มี ละเอียด ก็มี ถ้าท่านได้พบภาษิตที่หยาบ ๆ โปรดได้เข้าใจว่า คนโบราณชอบสอนแบบตาเห็น ภาษิตประจำ ชาติใด ก็เป็นคำไพเราะเหมาะสมแก่คนชาตินั้น คนในชาตินั้นนิยมชมชอบว่าเป็นของดี ส่วนคน ในชาติอื่น อาจเห็นว่าเป็นคำไม่ไพเราะเหมาะสมก็ได้ ความจริง "ภาษิต" คือรูปภาพของวัฒนธรรม แห่งชาติ นั่นเอง

การจ่ายผญา หรือการแก้ผญา

     การจ่ายผญา แก้ผญา เว้าผญา หรือพูดผญา คือการตอบคำถาม ซึ่งมึผู้ถามมาแล้ว ก็ตอบไป เป็นการพูดธรรมดา ไม่มีการเอื้อนเสียง ไม่มีทำนอง แต่เป็นจังหวะ มีวรรคตอนเท่านั้น ผู้ถามส่วนใหญ่จะเป็นหมอลำฝ่ายชาย คือลำเป็นคำถาม ฝ่ายหญิงจะเป็นฝ่ายตอบ หรือจ่ายผญา ด้วยเหตุนี้จึงมักจะเรียกว่า ลำผญา หรือลำผญาญ่อย เช่น

      (ชาย) ..... อ้ายนี้อยากถามข่าวน้ำ ถามข่าวถึงปลา อยากถามข่าวนา ถามข่าวถึงเข้า (ข้าว) อ้ายอยากถามข่าวน้อง ว่ามีผัวแล้วหรือบ่ หรือว่ามีแต่ชู้ ผัวสิซ้อนหากบ่มี
      (หญิง) ..... น้องนี้ปอดอ้อยซ้อยเสมอดังตองตัด พัดแต่เป็นหญิงมา บ่มีชายสิมาเกี้ยว พัดแต่สอนลอนขึ้น บ่มีเครือสิเกี้ยวพุ่ม พัดแต่เป็นพุ่มไม้เครือสิเกี้ยวกะบ่มี

ความทวย (ปริศนาคำทาย)
     ความทวย ในภาษาอีสาน จะมีความหมายตรงกับ ปริศนาคำทาย ในภาษากลาง เป็นวิธีการสอนลูกหลานให้มีความคิด เชาว์ปัญญา ไหวพริบปฏิภาณเฉียบแหลม ประกอบกับการเล่านิทานที่มีคติสอนใจ ในสมัยก่อนนั้น คนบ้านนอกในภาคอีสานยังไม่มีวิทยุ โทรทัศน์ สิ่งบันเทิงที่พอมีคือการเล่านิทานชาดกของคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้าน ในขณะที่คนแก่ก็จะได้ความสุขใจมาจากการฟังเทศน์ฟังธรรมจากวัด

     ช่วงเย็นหลังอาหารค่ำก็จะเป็นช่วงเวลาของเด็กๆ หนุ่มสาว จะได้ฟังนิทานชาดก นิทานพื้นบ้านกัน หลังการเล่านิทานก็จะมีการถามปัญหา หรือ ความทวย ผู้ใดสามารถตอบได้ก็จะได้รับรางวัลเป็นผลไม้ กล้วย อ้อย ตามฤดูกาล ตัวอย่างความทวย เช่น

ความทวย สุกอยู่ดิน กากินบ่ได้ สุกอยู่ฟ้า กายื้อบ่เถิง ไผว่าแม่นหยัง?
ความแก้ ลูกหลานก็จะคิดหาความแก้ ถ้าใครแก้ได้ท่านก็ให้รางวัลดังกล่าว แล้วความแก้หรือคำตอบนี้ก็คือ "ดวงตะวัน" และ "กองไฟ" ข้อสังเกต ความทวยหรือปริศนาปัญหานี้ ท่านจะผูกขึ้นจากลักษณะของสิ่งที่จะเอามาตั้งเป็นปัญหา เพื่อให้ลูกหลานใช้สมองเทียบเคียงดู เช่น สุกอยู่ดินคือ "กองไฟ" เพราะกองไฟมันจะมีสีแดง ปกติของสีแดงๆ มันจะเป็นสัญลักษณ์แห่งของสุก "สุกอยู่ฟ้า" คือดวงตะวันสีแดงๆ บนฟ้า ของสุกมันจะมีสีแดง ของดิบมันจะเป็นสีอื่นๆ และกากินไม่ได้ด้วย เด็กฉลาดก็จะเทียบเคียงได้เอง

ตัวอย่างภาษิตโบราณอิสาน

จอมปลวกอ้นขุดก่นเป็นโพน แม่นสิเป็นโพนสูงชั่วไกลเห็นแจ้ง คันบ่มีสาขาไม้ใบเขียวปกห่อ ก็บ่ดูอาจแท้โพนนั้นเปล่าแปน (ป.)
ใจบ่ใสต่อน้ำแยงเงากะบ่ส่อง กบบ่เตื้องต่อเทื้อมเห็นถ้ำกะว่าโพน (ป.)
ชาตาคาดแห้งฝนตกรินกะบ่ชุ่ม ชาตาคาดแล้งแสนสิถ้วมกะไหง่ผง (ป.)
ชิ้นบ่เป็นต่อนย่างอย่าได้อ่าวจาแกง อย่าได้กุมเอาเกลือเอือบลงดูฮ้าย (ป.)
ชาติที่มาลานี้ดวงหอมฮสห่วง ใผผู้เข้าชมได้ดมแล้วบ่อยากหนี (บ.)
ชาติที่หมาเห็นเข้าในมือชิงสวบ ยามเมื่อกินอิ่มแล้วแสนสิเอิ้นกะแล่นหนี (บ.)
ชาติที่แนวนามบ้งแปนตัวกาสิตอดกินแล้ว เฮ็ดให้เป็นสิ่งม้อนใยหุ้มห่อตัวหั้นถ้อน (บ.)
ชาติที่ดวงหอมนี้บานดายแล้วเปล่าเป็นรือ ความคึดแมงภู่มีท่อฟ้าสิหมายเมี้ยนกระดูกดอม (บ.)
ชาติที่ยามหนาวนี้ผิงไฟหากสิอุ่นทรวงแล้ว เถิงฤดูฮ้อนมาฮอดแล้วกลายใกล้ก็เล่าควัน (บ.)
ชื่อว่าสงสารซังกงเกวียนกำฮอบ เวรหากมาคอบแล้ววอนไหว้ก็บ่ฟัง (บ.)
ชื่อว่าโลกีย์กว้างเมืองคนมันบ่เที่ยง มันหากเงี่ยงซ้อยง้อยคือค้อยตลิ่งของ ลางเทื่อศิษย์กลับได้เป็นครูสอนสั่งก็มี ลางเทื่อลูกไพร่บ้านสอนท้าวบ่าวพระยาก็มี (บ.)
ชื่อว่ากรรมเถิงแล้วจำใจจำจาก บ่มีใผแก่ทื้นคืนได้โลกเฮา (บ.)
ชื่อว่าความตายนี้แขวนคอทุกบาดอย่าง ใผกะแขวนอ้อนต้อนเสมอด้ามดั่งเดียว (บ.)
ชื่อว่าแนวกำพร้าหมูหมามันกะหน่าย กลายหน้าใกล้ชาวบ้านถ่มน้ำลาย (บ.)
ชื่อว่าแนวความฮู้ในเฮือนหายาก คันบ่ออกจากบ้านบ่มีได้ท่อใย (บ.)
ชื่อว่าเปิงเป็นแล้วจำใจจำจาก คันบ่พรากจากบ้านความฮู้บ่เฮือง (บ.)
ชื่อว่าแนวความฮู้ศีลธรรมพระเจ้าใหญ่ คันแม่นเฮียนได้แล้วเป็นแก้วแก่นมโน (บ.)
ชื่อว้าจันทร์เพ็งแจ้งบปานแสงสุริเยศ แสงกระบองหมื่นเหล้มบ่ปานแจ้งแห่งเดือน คือดั่งแนวหลานหล้อนบ่ปูนปานเจ้าย่า เด็กน้อยฮู้ตั้งล้านบ่ปานเถ้าผู้เดียว (บ.)
ชื่อว่าแนวเด็กน้อยตากอความคึดม่อ ได้กอขอข้อหล้อความเว้าผั้นอยู่ดาว (บ.)
ชื่อว่าคลองคูณค้ำใผทำเป็นประโยชน์ เถ้าแก่เด็กหนุ่มน้อยทำได้ก็ฮุ่งเฮือง (บ.)
ชื่อว่าการยอย้องนินทาประจำโลก มีแต่ปู๋แต่ปู้สิหนีได้ฮ่อมใด (บ.)
ชื่อว่าแนวความเว้าของคนมันเกินง่าย ได้เทิงหงายแลข้วมความเว้าบ่อยู่ความ เขาฮักเขากะย้องเขาซังเขากะว่า คือดั่งบักเค้าเม้าหมาเถ้าเห่าแต่เขา คันเฮาทำดีแล้วเขาซังก็ตามช่าง คันเฮาเฮ็ดแม่นแล้วเขาย้องกะช่างเขา เขาสิพากันท้วงทังเมืองบ่มีเงี่ยง เขาสิติตั้งค้ายขายหน้ากะบ่อาย (บ.)
ชาติที่ยอเงิงไง้ขอนเห็นดูหลาก คันบ่เข็บกะงอดเงี้ยวงูฮ้ายหากมี (บ.)
ชาติที่เกวียนแปลงแล้วดูงามทุกสิ่ง จริงแล้ว งัวหม่อมพระนางบ่แก่ให้สะเทินค้างอยู่เอง ดอกนา (บ.)
ชาติที่ตัณหานี้พาโตตกต่ำมีดาย ลางเทื่อดับชาติซ้ำวายย้าวคอบญิงแท้ดาย (บ.)
ชาติที่กาดำปี้ลงนทีล้างอาบ แม่นสินอนแช่น้ำสามมื้อกะบ่ขาว (บ.) 
เชื้อหมากต้องบ่ห่อนหล่นไกลกก แนวผมดกบ่ห่อนเป็นหัวล้าน (บ.)
เชื้อชาติอ้อยบ่ห่อนเกิดเป็นเลา แซงตาเปาบ่ห่อนเป็นกอได้ (บ.)
เชื้อชาติจ้องคันก่องกะยังหุบ บาดห่าชาตาหลุบหลูบลงคือจ้อง ยามเมื่อชาตาขึ้นขวางคือขอนกะเลยล่อง บาดสิล้มหยุมหญ้าบ่ฟัง (บ.)
เชื้อชาติช้างหางยาวสนุกแกว่ง เชื้อไก่กุ้มหางก้อมแกว่งบ่คือ (บ.)
ชายใดมีเมียแก้วการเฮือนเฮียงฮาบ ขุนใดอำนาจกล้าเมืองบ้านฮุ่งเฮือง (บ.)
ญิงใดสมบูรณ์ด้วยเฮือนสามน้ำสี่ เป็นญิงดีเลิศล้ำสมควรแท้แม่เฮือน (บ.)
ญิงบ่มีชายซ้อนญิงเกกางกาด เป็นดั่งฝากะตาดฮ้างกลางบ้านเกือกขี้ตม (บ.)
เชื้อชาติแฮ้งกุยสาบกันเอง ปูสอนปูให้เดินตรงห่อนรือสิทำได้ (บ.)
ญิงใดปากกล่าวต้านหัวก่อนบุญมี บาคราญพบฮีบเอามาซ้อน (คำสอน)
ญิงใดได้ผัวชมใจถ่อย เป็นแต่กรรมก่อนพุ้นโตสร้างตั้งแต่หลัง (คำสอน)
ญิงใดสูงก่ำเกลี้ยงท้ายล่ามอกเหวอ ญิงนั้นงามพอควรให้ฮีบจาจงต้าน (คำสอน)
ญิงใดได้ผัวขวัญผู้ประเสริฐ เป็นเพราะกำเนิดเบื้องบูฮานสร้างตั้งแต่หลัง (คำสอน)
ญิงใดทำกินพร้อมพอเกลือทังปลาแดก เป็นข้าเพิ่นฮ้อยชั้นก็ควรให้ไถ่เอา (คำสอน)
ญิงใดเอเลท้องปูมหลวงอุ้มบาตร ฮูปฮ่างอ้ายบุญเจ้าหากมี (คำสอน)
ญิงใดคอกลมป้องหางตาแดงสักหน่อย ญิงนั้นสุขลื่นล้นความฮ้ายบ่มี (คำสอน)
ญิงใดยกย่างย้ายเสียงบาดตีนหนัก อย่าได้เอาเป็นเมียถ่อยคนควรเว้น (คำสอน)
ญิงใดหน้าผากจ้อมผัวฮักแวนสนัด การเฮือนชานหากยังเฟือนฟ้าว (คำสอน)
ญิงใดปากกล่าวต้านเสมอดั่งเสียงชาย บาคราญเอยอย่าเอามาซ้อน (คำสอน)
ญิงใดเกษาเกลี้ยงดกดำเลิงแลบ ผิวบ่เศร้างามล้วนอยู่เลิง ชายใดได้อยู่ช้อนเฮียงฮ่วมเป็นเมีย ยูท่างธรงความสุขนั่งปองเป็นเจ้า (คำสอน)
ญิงใดย่างบาดกว้างตีนป่วงธรณี ตัณหาในสงสารบ่อาจทันเทียมใด (คำสอน)
ญิงใดขนตาส้วยแหลมปลายยาวยิ่ง ญิงนั้นฮู้ขี้คร้านเข็นฝ้ายมักนอน (คำสอน)
ญิงใดผมเป็นส้อยยอยหูเป็นปีก ญิงนั้นทุกข์แต่น้อยเถิงเถ้าอยู่เลิง (คำสอน)
ญิงใดเป็นปานก้ำกกขาดูหลาก ญิงนั้นใผกล่าวต้านโอมได้โชคมัน (คำสอน)
ญิงใดจินจิกเกล้าผมแดงหน้าผาก ญิงฮูปนั้นแฮงม้างศาสนา (คำสอน)
ญิงใดโขโมหน้าคือชายสักสาด ญิงนั้นใจโลภเลี้ยวมีชู้จากผัว (คำสอน)
ญิงใดนมตุ่มตั้งขี้แมงวันจับอยู่ เป็นข้อยเพิ่นฮ้อยชั้นควรให้ไถ่เอา (คำสอน) 
ญิงใดปลายมือดั้วดกดำซ้ำใหญ่ ญิงนั้นทุกข์บ่มั้วบาท้าวอย่าเอา (คำสอน)
ญิงใดป้งแค่งส้วยคิ้วก่องกวมตา หัวนมมีปานดำแม่นญิงมีบุญแท้ ชายใดโอมเอาได้เป็นเมียโชคใหญ่ ดีประเสริฐแท้เมือหน้าฮุ่งเฮือง (คำสอน)
ญิงใดไปมาก้มคุมมุมลงต่ำ อายุน้อยบาท้าวอย่าเอา (คำสอน)
ญิงใดผมเขินเหี้ยนแปนหูเสียเปล่า แม่นหากงามยิ่งย้อยมันนั้นบ่ดี (คำสอน)
ญิงใดเล็บมือส้วยแดงงามผิวอ่อน เป็นข้อยเพิ่นฮ้อยชั้นควรให้ไถ่เอา (คำสอน)
ญิงใดฝาตีนกว้างกกขาทึมป้งแค่งใหญ่ ญิงนั้นแม่นว่าเป็นข้อยข้าสอนได้กะบ่ฟัง (คำสอน)
ญิงใดบาทาเท้าหลังตีนคือหลังเต่า ญิงนั้นใจซื่อแท้ประสงค์ตั้งต่อผัว (คำสอน)
ญิงใดผมถอยขึ้นเมือเทิงล้านแง่ ญิงนั้นทุกข์เท้าเถ้าควรเว้นหลีกไกล (คำสอน)
ญิงใดตาเบือนซ้ายหัวแผดเสียงดัง บาคราญเอยอย่าเอามาซ้อน (คำสอน)
ญิงใดหน้าผากกว้างดังใหญ่โมโข ญิงนั้นเป็นคนขวางอย่าเอามาซ้อน (คำสอน)
ญิงใดนมย้านเท้าลงเถิงท้องหย่อน ญิงนั้นบุญมากล้นควรให้ไถ่เอา (คำสอน)
ญิงใดนมสี่เต้าเชื้อชาตินามหมา มันนั้นพาลพาโลอย่าเอามาซ้อน (คำสอน)
ญิงใดเบียเยียหน้าสมสถานเว้าบ่ม่วน มันหากใจถ่อยฮ้ยเสมอด้ามดั่งหมา (คำสอน)
ญิงใดปากกล่าวต้านขังอยู่ในคอ อย่าได้เอาเป็นเมียบ่ดีพาฮ้าย (คำสอน)
ญิงใดโยนีส้วยคือปลีกล้วยอ่อน ญิงนั้นสุขลื่นล้นบุญเจ้าหากมี (คำสอน)
ญิงใดสบเบื้องซ้ายขี้แมงวันจับอยู่ สมบัติมีมากล้นคูณค้ำต่อผัว (คำสอน)
ญิงใดแขนกลมส้วยขาวเหลืองผิวผ่อง ชายใดได้อยู่ช้อนปานกั้งฮ่มแดง (คำสอน)
ญิงใดมือปุ้มข้อแขนขากกกิ่ว ญิงนั้นทุกข์เท้าเถ้าถือกระเบื้องคั่วขอ (คำสอน)
ญิงใดคอกลมป้องเอิ้กหวาคิ้วก่อง ญิงนั้นเลี้ยงลูกเต้าหลายล้นเอนกนอง (คำสอน)
ญิงใดปากกล่าวต้านแกมหัวเสียงม่วน ญิงนั้นลุลาภล้นความฮ้ายบ่มี (คำสอน)
ญิงใดจารจาต้านเว้าม่วนหวานหู ตาหลิงแลเหลือกดูขวาซ้าย คอกลมปล้องคีงบางคิ้วก่อง ญิงนั้นควรค่าล้านคำฮ้อยให้ไถ่เอา (คำสอน)
ญิงใดตีนมือส้วยขาวเหลือดำเกิ่ง ญิงนั้นฮู้แต่งตั้งการย้าวแม่เฮือน (คำสอน)
ญิงใดใบหูเหี้ยนหน้ามนสักสน่อย แม่นว่าเป็นแม่ค้าพอได้สืบทึน (คำสอน)
ญิงใดผมดำเหลื้อมเสมอดั่งหางยูง ใผผู้ได้อยู่ซ้อนเป็นเจ้าเศรษฐี (คำสอน)
ญิงใดมุดหลุดส้วยเอิ๊กหวาตะโพกใหญ่ ญิงนั้นทุกข์เท่าเถ้าความไฮ้แล่นเถิง (คำสอน)

    







Copyright © 2010 All Rights Reserved.


บริษัท โสมภาส เอ็นจิเนียริ่ง (2005) จำกัด
ตั้งอยู่เลขที่  135 หมู่ 8 บ้านหัวหนอง ตำบล ดอนหว่าน อำเภอเมือง มหาสารคาม จังหวัด มหาสารคาม 44000
Tel. 043-900066-7  Email : info@smp2005.com 

 

เชิญเยี่ยมชมลิงค์เพื่อนบ้านเราทั้งหมด 

สภาอุตสาหกรรม จังหวัดมหาสารคาม รีสอร์ทมีระดับ ศูนย์เกษตรอุตสาหกรรมดอนหว่าน สินค้ามาตราฐาน นมโคโคกก่อ อีฮงมอเตอร์ ฝากซื้อขาย ตักสิลานครดอทคอม Tcom Mahasarakham มหาสารคาม นาม ตักสิลานครสมัครงาน หางาน รับสมัครงาน